Green Production คือ กระบวนการผลิตสินค้าที่ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากร พลังงาน และสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งเน้นการ “ลดมลพิษที่ต้นทาง” (Pollution Prevention) และการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าที่สุด เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุดตลอดวงจรชีวิต จุดเริ่มต้น: เดิมโครงการนี้อยู่ภายใต้ “กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และวิสาหกิจชุมชน มีความรู้ในการจัดการสิ่งแวดล้อม เมื่อมีการจัดตั้ง “กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม” (DCCE) ในปี 2566 ภารกิจนี้จึงถูกยกระดับให้เข้มข้นขึ้น โดยเน้นไปที่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Low Carbon) เพื่อตอบโจทย์เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ของประเทศไทย
อุตสาหกรรมหลักที่ขอการรับรอง G-Green Production ได้
การรับรอง G-Green Production จะเน้นไปที่ SMEs, กลุ่มวิสาหกิจชุมชน, OTOP และ Start-up โดยแบ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมหลักๆ ดังนี้:
- กลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องแต่งกาย
- การปั่นด้าย การทอผ้า
- การฟอกย้อม (เน้นการใช้สีธรรมชาติหรือสารเคมีที่เป็นมิตร)
- การตัดเย็บเสื้อผ้า กระเป๋า และเครื่องประดับจากผ้า
- กลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม (แปรรูป)
- ผลไม้อบแห้ง แยม แป้งแปรรูป
- เครื่องดื่มสมุนไพร
- อาหารสำเร็จรูปชุมชน (ที่กระบวนการผลิตมีการควบคุมน้ำเสียและขยะ)
- กลุ่มอุตสาหกรรมไม้และเครื่องจักสาน
- เฟอร์นิเจอร์ไม้ (ที่มีการบริหารจัดการแหล่งที่มาของไม้)
- งานจักสานจากไม้ไผ่ หวาย หรือวัสดุธรรมชาติ
- ผลิตภัณฑ์จากกระดาษรีไซเคิล
- กลุ่มอุตสาหกรรมเซรามิคและเครื่องปั้นดินเผา
- เครื่องใช้บนโต๊ะอาหารจากดินเผา
- ของตกแต่งบ้านจากเซรามิค (เน้นประสิทธิภาพการใช้พลังงานในเตาเผา)
- กลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัวและสมุนไพร
- สบู่ แชมพู โลชั่น (ที่ใช้วัตถุดิบธรรมชาติ)
- น้ำมันหอมระเหย เครื่องหอม
- ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ขั้นตอนการดําเนินงาน
การขอการรับรองการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม Green Production ต้องดำเนินการโดยหน่วยงานรับดำเนินงานตรวจประเมินรับรอง G – Green ตามประกาศของกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยมีขั้นตอนการดำเนินงานดังนี้

EQS ในฐานะหน่วยงานรับดำเนินงานตรวจประเมินรับรอง G – Green จะดำเนินการจัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
- จัดทำแผนการตรวจประเมิน
- รายงานการเข้าให้คำปรึกษาและความก้าวหน้าของการดำเนินการ
- จัดทำ Checklist และข้อมูลสรุปเพื่อรับการตรวจประเมิน Green Production
- จัดทำสรุปผลการตรวจประเมินและข้อบกพร่องฯ
- จัดทำรายงานผลการดำเนินงานตรวจประเมินรับรอง G – Green (กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม)
เกณฑ์การประเมินการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Production)
เกณฑ์การประเมินตัวชี้วัดและการให้คำรับรองการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Production ) ประกอบด้วย 6 หมวด ( 24 ตัวชี้วัด) ดังนี้
- หมวดที่ 1 นโยบายและการวางแผน: มีการกำหนดนโยบายสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจนและวัดผลได้
- หมวดที่ 2 การออกแบบและการผลิต: ออกแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Eco-design)
- หมวดที่ 3 การจัดการกระบวนการผลิต: ควบคุมการใช้พลังงาน น้ำ และวัตถุดิบให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
- หมวดที่ 4 การจัดการของเสีย: มีระบบแยกขยะและการจัดการกากอุตสาหกรรม/ของเสียตามหลักวิชาการ
- หมวดที่ 5 อาชีวอนามัยและความปลอดภัย: ดูแลสภาพแวดล้อมในการทำงานให้ปลอดภัยต่อพนักงาน
- หมวดที่ 6 การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและพลังงาน: มีโครงการหรือกิจกรรมที่ช่วยลดการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม

ประโยชน์ที่จะได้รับจากการดำเนินงาน Green Production
การได้รับการรับรอง Green Production (สัญลักษณ์ตัว G สีเขียว) จากกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ไม่ได้เป็นเพียงการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเท่านั้น แต่ยังมอบประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมในด้านการบริหารจัดการและโอกาสทางธุรกิจดังนี้
- ประโยชน์ด้านการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ (Operational Benefits)
- ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและทรัพยากร: กระบวนการผลิตสีเขียวเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าที่สุด (Resource Efficiency) ทำให้ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำ และค่าวัตถุดิบลงดลงอย่างเห็นได้ชัด
- ลดการสูญเสีย (Waste Reduction): การจัดการของเสียตามหลัก 3Rs ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการกำจัดขยะและมักจะเปลี่ยนของเสียให้เป็นรายได้จากการขายไปรีไซเคิล
- เพิ่มประสิทธิภาพเครื่องจักร: การบำรุงรักษาเชิงป้องกันตามเกณฑ์จะช่วยลดโอกาสที่เครื่องจักรจะเสีย (Breakdown) ระหว่างการผลิต
- ประโยชน์ด้านการตลาดและการแข่งขัน (Marketing Benefits)
- ความน่าเชื่อถือระดับประเทศ: ตราสัญลักษณ์ G-Green เป็นการการันตีจากหน่วยงานภาครัฐ ช่วยให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจในคุณภาพและความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
- โอกาสในการเข้าสู่ตลาดใหม่: ปัจจุบันห้างสรรพสินค้า Modern Trade และตลาดส่งออก มีความต้องการสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสูงขึ้นมาก
- ช่องทางจำหน่าย G-Market: ผู้ที่ได้รับการรับรองจะได้รับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการตลาดและแสดงสินค้าที่กรมฯ จัดขึ้นเป็นพิเศษ
- ประโยชน์ด้านสิทธิประโยชน์และนโยบายภาครัฐ (Financial & Regulatory Benefits)
- การจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว (Green Procurement): เพิ่มโอกาสในการเป็นคู่ค้ากับหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งมีนโยบายเลือกซื้อสินค้าที่ได้รับสัญลักษณ์ G-Green ก่อนเป็นอันดับต้นๆ
- การเข้าถึงแหล่งเงินทุน: ธนาคารหลายแห่ง (เช่น SME D Bank หรือ EXIM Bank) มีสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Green Loan) สำหรับผู้ประกอบการที่มีการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจน
- ความพร้อมรับกฎหมายใหม่: ช่วยให้สถานประกอบการมีความพร้อมรองรับกฎหมายด้าน Climate Change และภาษีคาร์บอน (Carbon Tax) ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
- ประโยชน์ต่อองค์กรและสังคม (Social & Organizational Benefits)
- สภาพแวดล้อมการทำงานดีขึ้น: การจัดการด้านอาชีวอนามัยช่วยลดความเสี่ยงจากสารเคมีและมลพิษ ทำให้พนักงานมีสุขภาพดีและมีความสุขในการทำงาน
- สร้างภาพลักษณ์องค์กรยั่งยืน (ESG): สะท้อนถึงการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจยุคปัจจุบัน
